วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

"กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" กับมะนาวนอกฤดู...(ตอนที่ 2) แจกฟรีแค็ปซูลนาโน

ครับมาว่ากันต่อตอนที่ 2 : อัตราการใช้แค็บซูลนาโน กรีนพลัส X3 ซุปเปอร์นาโน...
   อัตราการใช้แค็ปซูล "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" 
        พืชผัก
            - ผักที่รับประทานลำต้น ใบ และดอก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก เป็นต้น
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 80 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  7 วัน
        ผลไม้
            - ผลไม้ต่าง ๆ เช่น ลำใย เงาะ มังคุด ทุเรียน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 60 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10 - 15 วัน (บริเวณรอบลำต้น) เว้นช่วงออกดอก
       ไม้เถาว์
            - มะเขือเทศ ฟักทอง แฟง แตงโม มะระ บวบ พริก มะเขือ เป็นต้น
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 80 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  7 - 10 วัน
       ไม้ดอกไม้ประดับ
            - ดาวเรือง กุหลาบ กล้วยไม้ เป็นต้น
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  7 - 10 วัน
       นาข้าว
            - นาข้าว ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 80 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  7 - 10 วัน ก่อนข้าวตั้งท้อง
       พืชไร่
            - มันสำปะหลัง ข้าวโพด
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 80 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  15 วัน
       เห็ด
            - เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง เป็นต้น
            - อัตราการใช้ : 1 แค็ปซูลต่อน้ำ 100 ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ  15 วัน เฉพาะบริเวณปากถุง

****นี่เป็นของดีที่ผมอยากจะบอกกล่าว..ครับ
วิธีปฏิบัติก่อนการพ่น     1 แค็ปซูล (การแบ่งยาเพื่อพ่นครับ)
    1) แกะแค็ปซูลยา เทลงในขวดใส
    2) เติมน้ำลงไปผสมพอประมาณ เขย่า และแบ่งให้เป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กัน (กรณี 60 ลิตร) ถ้า 80 ลิตร ก็แบ่ง 4 ส่วน เท่า ๆ กัน
    3) นำส่วนแบ่ง 1 ส่วน นำไปผสมน้ำ 20 ลิตร เอาไปฉีดพ่นต่อไป
    4) การพ่นยา ไม่จำเป็นต้องให้เปียกโชก พ่นเพียงเป็นฝอย ๆ ให้ทั่วก็พอ..
***คิดว่าจะเห็นความแตกต่างภายใน ไม่เกิน 7 วัน แน่นอนครับ...

****ข่าวดี
   สวนนับดาว....แจกฟรี  "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" ท่านละ 1 แค็ปซูล (เพื่อการทดลองใช้)
ไปลงชื่อขอรับได้ที่เว็บเกษตรพอเพียง หัวข้อบอร์ด แจก กิ่งตอนมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 คนละ 2 ต้น พร้อมเอกสารแนะนำการปลูก..ท่านใดสนใจยกมือขึ้น  " ฟรี โดย amphol007 
  กติกา : เขียนชื่อที่อยู่ติดแสตมป์ถึงตัวท่านเอง ส่งถึงผม
                ท่านก็จะได้รับแจกฟรีครับ...
รายละเอียดอ่านที่เว็บเกษตรพอเพียง ครับ

กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน (Green Plus X3 Supper Nano) กับมะนาวนอกฤดู

กรีนพลัส เอ็กซ์ 3 ซุปเปอร์นาโน
   เรียกอีกอย่างสั้นๆ ว่า แค็ปซูล นาโน ก็ได้นะ..
      ผมได้รับการเชิญชวนให้ทดลองใช้ กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์นาโน ร่วมกับมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ที่สวนนับดาวของผม..แรก ๆ ไม่ค่อยให้ความสนใจเลย..บอกตรง ๆ เพราะใจส่วนลึกบอกตัวเองว่า การปลูกมะนาวไม่ใช่เรื่องยากอะไร หากเราดูแล-บำรุงสวนมะนาวอย่างต่อเนื่องแล้ว ปัญหาก็ไม่มี..
      มีวันหนึ่งที่คิดอยากลองใช้ "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" เพราะคิดว่าได้มาฟรี ๆ คงไ่ม่เสียหายอะไรมากมั้ง หรือเผื่อว่ามันจะดี
      อีีกอย่างในคำโฆษณาบอกว่ามันคือ อาหารเสริมของพืช และไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อสิ่งแวดล้อม เออ..ตัวนี้ดี ลองดูคงไม่เสียหลายดอก..
      ได้วันดีก็เลยทดลองเสียเลย...ปรากฎว่า มันได้ผลดีมาก กิ่งก้าน ใบของมะนาวที่สวน ยาวขึ้นและเขียวชุ่มชื้นดีทีเดียวครับ..
       จึงอยากบอกข่าวที่ว่านี้ แก่เพื่อนเกษตรกรที่รักการปลูกพืชทุกชนิด..มาทดลองใช้ "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" ดูดีมั๊ย...
        ที่สำคัญใช้ได้กับพืชผักทุกชนิดเลยนะ...พูดง่าย ๆ มันเป็นหัวปุ๋ย (ภาษาชาวบ้าน) เป็นอาหารเสริมให้กับพืช ทางใบนะครับ...
     ดูสรรพคุณครับ...."กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน"
                 เป็นออร์แกนิค 100 % (ขอแปลหน่อยว่า ออร์แกนิค คืออะไร?  นี่คือคำแปล : ออร์แกนิค หากแปลตรงตัวจะหมายถึงสาขาวิชาเคมีที่ว่าด้วยเคมีอินทรีย์หรือการศึกษาที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ดังนั้นเมื่อเราพูดถึงคำว่า ออร์แกนิค จะหมายถึงผลิต ภัณฑ์ที่เกิดจากพื้นฐานอันแท้จริงของธรรมชาติ โดยไม่มีการปนเปื้อนของสารสังเคราะห์ใดๆ ที่เกิดจากการประยุกต์เทคโนโลยีหรือสารเคมีใดๆ ซึ่งเป็นภัยร้ายที่แอบแฝงอยู่รอบๆตัวเราโดยที่ คาดไม่ถึง)
                 "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" เป็นออร์แกนิค 100 % เป็นอาหารเสริมของพืช และเป็นสูตรที่เข้มข้น X3
                 "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้ได้กับพืชทุกชนิด ใช้เร่งการเจริญเติบโต เพิ่มผลผลิตในพืชไร่ พืชสวน นาข้าว มันสำปะหลัง อ้อย พริก แตงกวา ฟักทอง ทุเรียน มังคุด ถั่วชนิดต่าง ๆ มะเขือ แตงโม และอื่น ๆ (ทุกชนิด)  ใช้ได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ช่วยลดต้นทุนการผลิต ทีสำคัญช่วยเพิ่มผลผลิตอย่างแท้จริง
                 "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" มีใบรับรองธาตุอาหารจาก ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
                 "กรีนพลัส x3 ซุปเปอร์ นาโน" เป็นแค็ปซูล ขนาดเล็ก มีส่วนผสมของธาตุอาหารที่พืชต้องการครบทั้ง 13 ธาตุ  ดังนี้
                ธาตุอาหารหลัก
           N (ไนโตรเจน) = เขียวทน เขียวนาน
           P (ฟอสฟอรัส) = ติดดอก ออกผล
          K (โปรแตสเซี่ยม) = สร้างแป้ง สร้างน้ำตาล ขยายผล
               ธาตุอาหารรอง
 Ca = (แคลเซี่ยม) แข็งแรงต้านทานโรค ปรุงอาหาร
 Mg = (แม็กนิเซี่ยม) ปรุงอาหาร สังเคราะห์แสง
 S = (กำมะถัน) เคลื่อนย้ายพลังงาน ปรุงอาหาร สร้างกลิ่น
               ธาตุอาหารเสริม
 Fe = (เหล็ก)  เขียวเข้ม ต้านทานโรค
Zn = (สังกะสี) ปรุงอาหาร สร้างภูมิต้านทานโรค
Cu = (ทองแดง) เคลื่อนย้ายพลังงาน สังเคราะห์แสง
Mn = (แมงกานีส) ปรุงอาหาร สร้างภูมิต้านทานต่อโรค
B = (โบรอน) ช่วยผสมเกสร ทำให้ขั้วเหนียว
Mo = (โมลิบดินั่ม) สร้างพลังงาน
Cl = (คลอรีน )แก่เร็ว สุกเร็ว เก็บเกี่ยวได้เร็ว

****ต่อตอนที่ 2 : อัตราการใช้แค็ปซูล... หน้าถัดไปครับ...>>>>>


วันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แจกเอกสาร "แนะนำการปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์"

      ผมได้รับคำถามเกี่ยวกับการปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ จากเกษตรกรทั่ว ๆ ไปเป็นจำนวนมาก เป็นปกติธรรมดานะครับที่มือใหม่จะทำอะไรทีย่อมต้องมีความกังวลใจเสมอซึ่งผมเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน..
     คำถามส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับวิธีการปลูก การดูแลรักษา รวมทั้งองค์ประกอบการปลูกมะนาวนอกฤดูโดยทั้่วไป ๆ นะแหละครับ...ผมได้จัดทำเอกสาร "แนะนำการปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์" แจกจ่ายฟรี ๆ สำหรับเกษตรกรผู้สนใจปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์เพื่อบังคับนอกฤดู...สามารถดาว์นโหลดไปอ่านและศึกษาทำการเข้าใจการก่อนลงมือก็ดี..อย่างน้อยก็ถือเป็นแนวทางไปสู่ความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งนะครับ..
       ไฟล์ดาว์นโหลด....http://www.mediafire.com/?a3mmi58qmrmgnc7
        เป็นไฟล์ pdf
        ขอให้เพื่อนเกษตรกรปลูกมะนาวได้สำเร็จตามความปรารถนาทุกท่าน
        หากมีข้อสงสัยประการใด..โทรปรึกษาหารือได้ตลอดเวลา  ยินดีให้คำแนะนำ ครับ...

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

น้ำกับการปลูกมะนาว (น้ำท่วมที่สวนนับดาว)

    น้ำกับการปลูกพืชทุกชนิดขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว...ดังนั้น มะนาวก็เป็นพืชตัวหนึ่งที่ต้องเอาใจใส่เรื่องน้ำพอควร การให้น้ำมะนาวเป็นเรื่องที่จำเป็นพอๆกับการให้ยารักษาโรคของมันนะผมว่า...
     มะนาวชอบน้ำพอชื้นแต่ไม่แฉะ..ก็คือรดน้ำพอชุ่ม ๆ ไม่มากจนเฉอะแฉะ เพราะหากมากเกินไป รากมะนาวอาจเน่าตายได้ในที่สุด
     แต่มะนาวที่ปลูกด้วยกิ่งเสียบยอดจากมะขวิดหรือส้มทรอยเยอร์ ผมว่าอาจจะไม่มีผลกระทบสักเท่าไหร่ รากของพืชเหล่านี้มีความทนทานต่อน้ำได้ดีกว่ารากของมะนาว..โรครากเน่าจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ในพืชเหล่านี้นะ...ถ้าไม่ท่วมนานจนเกินไป
     ปีนี้น้ำมากสักหน่อย เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพอสมควร แม้แต่สวนนับดาวเองก็ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเหมือนกัน การบังคับมะนาวนอกฤดูในสวนนับดาวปีนี้จึงอาจไม่สำเร็จตามเป้าประสงค์เสียแล้ว เพราะน้ำมามากไป เราเริ่มบังคับเมื่อ ๒ กันยายน ๒๕๕๖ น้ำมาท่วมบ่อมะนาวที่ทำการบังคับ มะนาวกลับฟื้นสดชื่นขึ้นมาใหม่..ไม่ยอมเหี่ยวเฉาเลย..ก็เลยไม่สำเร็จเลยสำหรับปีนี้..แต่ก็ชั่งเถอะมะนาวยังออกดอกอย่างสม่ำเสมอๆ เหมือนเดิม โดยไม่จำเป็นต้องบังคับหรอกครับ...

     น้ำท่วมสวนมะนาวเพียงระยะเวลาสั้น ๆ สวนนับดาวจึงปลอดภัยจากน้ำท่วม ไม่มีผลกระทบใด ๆ ครับ




     

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

เกร็ดความรู้เรื่อง "การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์" ได้ผล 100 % ตอนที่ 2

    เมื่อผ่านขั้นวางท่อซีเมนต์ เรียบร้อยแล้ว  ขั้นตอนต่อไปก็คือ การผสมดินเพื่อปลูกมะนาว นะครับ
3. การผสมดิน หรือส่วนผสมของดิน
    - สูตรดินในการปลูกมะนาวในวงบ่อ มีมากมายหลายสูตร สูตรใครก็สูตรใคร ไม่รู้ว่าดีเลวต่างกันอย่างไร แต่เอาเป็นว่าที่สวนนับดาวใช้สูตรดิน แบบนี้ครับ
         1) หน้าดิน     2) ปุ๋ยคอก (ขี้วัว)    3) แกลบดิบ     อัตราส่วนเท่า ๆ กัน
       คลุกเคล้าให้เข้ากันให้ดี แล้วนำใส่ลงไปในวงบ่อให้เต็ม ไม่จำต้องถึงขนาดนูนเป็นหลังเต่าหรอกนะ..เอาแค่เสมอ ๆ ขอบบ่อก็พอ..(แม้จะนูนเป็นหลังเต่าเมื่อรดน้ำ มันคงไม่เหลือหลังเต่าให้เห็นหรอก..)
       ต่อมาเมื่อเติมเต็มถังแล้ว หมักน้ำให้เต็มถัง ทิ้งไว้สัก 3-5 คืน ให้ดินเย็นก่อน ก่อนปลูกครับ
       ดินเย็นดีแล้ว นำกิ่งพันธุ์ลงปลูกเสมอกับดินในถัง กลบดินพอแน่น รดน้ำ และใช้ไม้ปักค้ำต้นนิดหน่อย กันลมโกรก ก็พอครับ
       หากฝนไม่ตก รดน้ำทุกวันตอนเย็น  เอาพอชื้้น ๆ ไม่แฉะนะ..มะนาวชอบชื้นแต่ไม่แฉะ ครับ
  4. การดูแลหลังปลูกมะนาว
      - เมื่อปลูกได้หนึ่งเดือน เริ่มให้ปุ๋ยสูตรเสมอ และให้ยาป้องกันและรักษาโรคแมลง คือ ให้ยาอะบาเม็กติน และคอปเปอร์ไฮดรอกไซค์ และให้ปุ๋ยและยากำจัดแมลงในลักษณะนี้อย่างสม่ำเสมอ ตามวงรอบหนึ่งเดือนต่อครั้่ง นะครับ   หรือหากหน้าฝน แมลงอาจมากสักหน่อย ก็ให้พ่นยาเพิ่มขึ้นเป็น 2 ครั้ง ก็ได้ เป็นการป้องกันดีกว่าแก้..นะครับ
  5. อายุมะนาว 6 เดือน ลำต้นและทรงพุ่มเริ่มดี หรือสมบูรณ์ อาจให้ติดผลได้บ้าง แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของต้นมะนาวด้วยนะครับ..เดี๋ยวพานจะแคระแกรนเสียก่อน..เพราะมีลูกแต่ยังเยาว์วัย นะครับ
  6. อายุมะนาว 8 เดือน ต้นจะโตพอสามารถบังคับนอกฤดูได้ในบางต้น..ก็พิจารณาเอาเองว่าเหมาะสมที่บังคับหรือไม่.(ส่วนหัวข้อการบังคับมะนาวนอกฤดู ผมเขียนไว้ในโพสต์ก่อน..ลองค้นย้อนดูเองนะครับ..ผมขี้เกียจเขียนใหม่..)
  7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต
      - โดยปกติมะนาวที่สวนนับดาว จะให้ผลผลิตตลอดปีโดยไม่จำต้องบังคับนอกฤดูเลย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะเหตุอะไร อาจเพราะสูตรดินหรือการดูแลเรื่องอื่นก็ไม่ทราบได้ครับ
      - อายุหลังจากมะนาวแทงช่อดอกแล้ว ราว 5-6 เดือน ผลจะแก่เต็มที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งตลาดได้ครับ  ถ้าบังคับมะนาวเดือนกันยายน ก็เก็บเกี่ยวราว ๆ เดือน กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปถึงเมษายน ครับ ราคาดีเป็นที่น่าพอใจทีเดียวครับ...พอย่างเข้าเดือนพฤษภาคม มะนาวท้องถิ่นเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดมาแข่งกับมะนาวเรา..ราคาจะตกลงมาครับ...แต่มะนาวเราเริ่มหมดจากต้นพอดี..เข้าสู่การตัดแต่งกิ่ง รอการเตรียมต้นต่อไปในภายหลังครับ
    8. ตลาดและการจำหน่าย
        - มะนาวมีไม่พอจำหน่ายในฤดูแล้งหรอกครับ..จำหน่ายให้กับแม่ค้าในตลาดสด หรือแม่ค้าที่เรารู้จักจะมารับเอาถึงสวนเลย...
     บทสรุป...ข้อห่วงใยก่อนปลูกมะนาว
           จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เกษตรกรมือใหม่ควรที่จะเลือกสรรกิ่งพันธุ์ที่ปลอดโรคมาปลูก และหากต้องการความสำเร็จในการปลูกมะนาว ขอแนะนำว่า ควรเลือกพันธุ์ที่ปลูกง่ายและปลอดภัยจากโรค เป็นอันดับแรก เพราะหากเราไม่คัดสรรกิ่งพันธุ์ที่ปลอดเชื้อโรค เราจะพบปัญหาในภายหลัง คือตามแก้ตามรักษา ซึ่งอาจทำให้เราเสียเวลาไปเปล่า ๆ นะครับ
                พันธุ์มะนาวที่น่าสนใจปลูก ขอแนะนำ มะนาวพันธุ์พิจิตร 1 เป็นพันธุ์ที่ปลอดภัยจากโรคแคงเกอร์ ปลูกง่าย โตเร็ว และลูกโต ผลดกมาก...เหมาะสมสำหรับเกษตรกรผู้ไม่เคยปลูกมะนาวมาก่อนจริงๆ
ปลูกแล้วสบายใจ มีความสุข ดูแลบ้างเล็กน้อยก็สามารถจะเห็นผลผลิตมะนาวอย่างแน่นอน..ส่วนพันธุ์อื่น ผมไม่แน่ใจมากนัก...แต่ที่สวนของผมไม่พบปัญหาเรื่องนี้ครับ
.................ขอจบครับ............
เอ้า..ปล. ที่สวนนับดาว จำหน่ายกิ่งพันธุ์มะนาวพิจิตร 1  มีกิ่งตอน และกิ่งชำ ราคากันเองครับ ส่วนพันธุ์แป้นรำไพ และพันธุ์พื้นบ้าน ก็มีบ้างแต่ไม่มากนัก...สนใจติดต่อหรือสั่งซื้อ (ส่งทางไปรษณีย์ก็ได้) ที่ 088-7259987  >>>หรือโทรสอบถามปรึกษาหารือกันก็ย่อมได้ครับ..ยินดีครับ
        -

โรคและแมลงศัตรูของมะนาว

    มีเพื่อนเกษตรกรมาเยี่ยมสวนนับดาว..ได้สอบถามข้อสงสัยถึงอาการของโรคที่เป็นกับมะนาว และวิธีป้องกันและดูแลรักษาเมื่อมีปัญหา ผมจึงนำข้อมูลเรื่องโรคและแมลงศัตรูมะนาวมานำเสนอพอคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางในการป้องและดูแลรักษานะครับ
    โรคหลักๆ ที่พบในมะนาว ได้แก่ โรคแคงเกอร์, โรคหนอนชอนใบ, โรคหนอนกินใบ, โรคเพลี้ยไฟ, โรคโคนเน่ารากเน่า, โรคราดำ, โรคยางไหล เป็นต้น แต่ที่พบได้บ่อยๆ ก็คือ
     1. โรคแคงเกอร์
          - โรคนี้เกิดได้ในทุกส่วนของมะนาว ไม่ว่าจะเป็นกิ่งก้านและผล อาการที่พบได้ชัดเจนที่บริเวณใบและผล จะมีลักษณะคล้ายกันก็คือ เป็นแผลกลมและขยายใหญ่ ฟู หรือนูนคล้ายฟองน้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงส้ม ต่อมาจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม และแตกเป็นสะเก็ด มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผล
          - การป้องกันและดูแลรักษา   ใช้สารเคมีชนิด คอปเปอร์ซัลเฟต, คอปเปอร์ไฮดรอกไซค์ หรือสารสเตร็ปโตมัยซิน ฉีดพ่นตามวงรอบอย่างสม่ำเสมอ
     2. โรคหนอนชอนใบ
          - เป็นหนอนชนิดหนึ่งที่จะชอนไชกัดกินใบของมะนาว สังเกตได้ง่ายจะมีคราบเป็นทางสีขาวบนใบมะนาว คดเคี้ยวไปมา ใบจะหงิกงอ ม้วนเข้าหากัน และใบไม่เจริญเติบโต มะนาวจะแคระแกรนและไม่ติดผล
          - การป้องกัน   หมั่นตรวจดูมะนาว หากพบควรฉีดพ่นสารจำกัดแมลง อะบาเม็กติน หรือมาลาไธออน เป็นต้น
     3. หนอนกินใบ
          - ตรวจดูแปลงมะนาว พบฉีดพ่นสารกำจัดแมลงกลุ่มเมทามิโดฟอส
     4. โรคโคนเน่ารากเน่า
          - รากและลำต้นจะถูกทำลายทำให้มะนาวไม่เจริญเติบโต ใบเหลือง และร่วงหล่น
          - การป้องกัน  ฉีดพ่นสารประเภทเมทาแลกซิล และอย่าให้น้ำขังบริเวณโคนต้นซึ่งเป็นสาเหตุของให้เกิดโรคนี้ได้
     5. โรคยางไหล
          - มีอาการยางไหลบริเวณลำต้นและกิ่งก้าน ควรตัดแต่งกิ่งกำจัดวัชพืชให้ได้รับแสงแดดส่องถึง ควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว
   บทสรุป...การปลูกมะนาวอาจสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรมือใหม่พอสมควร อย่าได้ตกใจเกินไป เราควรหมั่นตรวจดูแปลงปลูกมะนาวอย่างสม่ำเสมอ สังเกตอาการและความเปลี่ยนแปลงของมะนาว หากพบก็ใช้สารดังกล่าวข้างต้นบำรุงรักษาเสีย
                   สำคัญก็คือ การปลูกมะนาวต้องหมั่นตรวจต้นมะนาว และให้ยารักษาป้องกันตามวงรอบอย่างใกล้ชิด แม้ว่าไม่พบโรคหรือแมลงด้วยตาเปล่าก็ตาม เราควรที่จะฉีดพ่นสารเคมีเป็นการป้องกันไว้ดีกว่าตามแก้ในภายหลัง..โดยเฉพาะแคงเกอร์รักษาไม่หายนะครับ พบต้องรีบตัดทิ้งและเผาทำลายเสียให้สิ้น
                   การกำจัดวัชพืชก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะหญ้าบริเวณโคนต้นมะนาว ต้นหญ้าเสมือนเป็นสะพานเชื่อมต่อให้หนอนชอนใบไต่ขึ้นไปบนกิ่งมะนาวได้โดยง่าย ฉะนั้นจึงควรกำจัดหญ้าในวงบ่อออกให้หมดเพื่อลดปัญหาสะพานเชื่อมต่อขาดลงนั่นเองนะครับ...
       

เกร็ดความรู้เรื่อง "การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์" ได้ผล 100 % ตอนที่ 1

  วันนี้ผมอยากจะเขียนเกร็ดความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับการปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ได้ผล 100 %  มูลเหตุเนื่องมาจากการได้รับการไถ่ถามจากเพื่อนเกษตรกร เมื่อเขาเดินทางมาเยี่ยมสวนนับดาวของผม...
   ผมเข้าใจดีครับว่า ผู้ปลูกมะนาวมือใหม่มีความกังวลใจในหลายเรื่อง เกี่ยวกับความสำเร็จในการปลูก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขั้นตอนการทำ งบประมาณ โรคและแมลง รวมทั้งการบังคับมะนาวนอกฤดูที่ได้ผล 100 % จริงหรือไม่ และอย่างไร?
   จากประสบการณ์การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ มา 3 ปี และบังคับมะนาวนอกฤดูเพื่อจำหน่ายนอกฤดูมา 3 ครั้ง สามารถทำได้จริงครับ..อย่ากังวล ในข้อนี้..
    สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ทุนดำเนินการ และขั้นตอนในการปฏิบัติต่อมะนาวนอกฤดู เช่น การดูแลรักษา การให้ปุ๋ย ให้ยารักษาโรคอย่างสม่ำเสมอ มะนาวจะเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ นั่นเองครับ
    ผมจะแยกเป็นเรื่องไปนะครับ..
        1. ทุนดำเนินการ  ดังนี้
             - ค่าวงบ่อซีเมนต์ (วงบ่อละ 100-120 บาท) ราคาแล้วแต่ท้องที่
             - ค่าปูน ทราย และหิน (กรณีทำพื้นหรือฐานรองเอง) ไม่เท่าไหร่ครับ 100 วงบ่อ อาจใช้ปูนสัก 2 กระสอบ ทรายและหิน ไม่มากครับ
             - ค่ากิ่งพันธุ์มะนาว (ราคาก็แล้วแต่แหล่งจำหน่าย)
             - ค่าหน้าดิน, ปุ๋ยคอก, แกลบ (คงไม่มากนัก)
              ตัวอย่าง ผมปลูกเมื่อ 3 ปีก่อน จำนวน 100 ต้น รวมทุน+ค่าแรงคนงาน ประมาณ 25,000 บาท ครับ
      2. ค่ายาฆ่าแมลง  (อาจซื้อปีละครั้งหรือสองครั้ง ไม่เกินพันบาทครับ)
      3. ขั้นตอนดำเนินการ
           1) การวางแนวปลูก ระยะปลูกมะนาว ต้องดูพื้นที่และออกแบบแนวท่อให้ดูดีสวยงามนิดหนึ่ง ส่วนจะกว้างหรือยาวขนาดไหน ก็อยู่ที่เราพอใจเป็นหลัก 3x3 หรือ 4x4 ก็คะเนเอาตามใจชอบ ชิดมากจะทำงานลำบาก เวลาตัดหญ้า แต่งกิ่ง หรือพ่นยา นะครับ
           2) การวางท่อซีเมนต์ เมื่อกะระยะตามพอใจแล้ว ก็ลงมือดังนี้
                  วางฐาน หรือทำพื้นหรือฐานรองรับวงบ่อก่อน  ถ้าซื้อฐานหรือฝาส้วมมาก็วางตามแนวที่กะระยะไว้ได้เลย หากจะทำฐานรองรับวงบ่อเอง ก็ทำการเทปูนให้มีลักษณะเดียวกับฐานหรือฝาส้วม เช่นกันนะครับ ต้องทำอย่างแน่นหนา อย่าให้แตกเป็นอันขาด เพราะรากมะนาวจะแทงลงไปภายนอกวงบ่อได้ จะมีผลต่อการบังคับมะนาวนอกฤดูในภายหน้า..เป็นปัญหาแน่ๆ ครับ  จากนั้นเอาวงบ่อขนาด 80 เซนติเมตร มาวางครอบลงไป จัดให้อยู่ในกรอบฐานให้จงดีครับ
         ......ต่อตอนที่ 2 โพสต์ถัดไปครับ....