วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การบังคับมะนาวนอกฤดู (ปี 55)

การบังคับมะนาวนอกฤดู
      และแล้วเวลาก็มาถึงการบังคับมะนาวนอกฤดู..โพสต์ก่อนผมเขียนถึงการแต่งกิ่งและเตรียมต้นรอการบังคับ..ซึ่งก็คือ การแต่งกิ่งภายหลังจากเก็บผลผลิตแล้ว ขณะแต่งกิ่งอาจมีดอกหรือผลติดอยู่กับต้นก็ตาม ก็จำเป็นจะต้องตัดมันทิ้งไปไม่ต้องเสียดาย หลังจากนั้นผสมปุ๋ยตามสูตร มีหน้าดิน แกลบดิบ และปุ๋ยคอก (สูตรใครก็สูตรใครละกัน) ใส่ลงไปในท่อที่ต้องการบังคับ ใส่ปุ๋ยเคมี รดน้ำให้ชุ่ม และดูแลเรื่องวัชพืชภายในบ่อซีเมนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชที่อาจมาแทะแลมยอดใหม่ของต้นมะนาว..สำคัญมากก็คือ การบำรุงกิ่งก้านลำต้นมะนาวให้สมบูรณ์สุด ๆ  ถ้าปรากฎมีดอกหรือลูกมะนาวในช่วงนี้ ก็เด็ดทิ้งเสีย อย่าปล่อยให้มีเด็ดขาด เพราะเราจะเอานอกฤดูเท่านั้นนะ..รวมระยะเวลาเตรียมต้นราว 2 เดือนก่อนบังคับนะครับ..

ดั่งรูปทั้งสองนี้
         จากนั้นก็เตรียมพลาสติกสำหรับคลุมบ่อซีเมนต์ จะใช้สีขาวหรือดำ ก็ไม่ผิด เจตนาคือกันน้ำอย่างเดียว..
ขนาดนี้ (ตามรูปนางแบบของผม) ปีก่อนก็ผืนนี้แหละครับ
จำไม่ผิดราวสัก เมตรครึ่งนี่แหละนะ..
จากนั้นก็ให้เมียทำหรือลูกทำ..ก็ไม่ผิด555
ก็ผมถ่ายรูป..เมียก็ทำสิ..55
ใช้เชือกมัีนติดกับต้นซะให้เรียบร้อย กันน้ำฝนไหลลงไปในโคนต้น..
ใช้ที่หนีบผ้าหนีบพลาสติกอีกหน่อย..ช่วงรอยต่อ..ก็ดีนะครับ
แบบนี้ไง..
มัดด้วยเชือกฟางอีกที..ติดไว้กับท่อซีเมนต์..
สุดท้าย..จะเป็นรูปแบบนี้ครับ...เป็นเสร็จพิธีครับ..
.....ต่อจากนี้อย่าให้น้ำแก่ต้นมะนาว ปล่อยมันไว้แบบนี้ราว ๆ 3 สัปดาห์ หรือมากน้อย ก็ดูที่ว่าต้นเหี่ยวเฉาเพียงใด ถ้าเหี่ยวมาก อาการปางตาย..ก็แกะพลาสติกออก และให้ปุ๋ย และน้ำกับมะนาวซะ...ต่อมาไม่นาน มะนาวของเราก็จะแทงยอดอ่อนออกมา พร้อมกับออกดอกมาในคราวเดียวกันเลยละครับ..คุณผู้อ่าน...
และแล้วเราก็เฮเสียสิ....
-----คราวหน้าจะมาพูดถึงการบำรุงเมื่อต้นมะนาวติดดอกครับ....
   ขอบคุณที่อ่านและชมครับ...










วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การแต่งกิ่งต้นมะนาวเพื่อเตรียมการบังคับนอกฤดู

การเตรียมการบังคับมะนาวนอกฤดู
       ปัจจุบันนี้ ณ สวนนับดาว ได้ดำเนินการแต่งกิ่งต้นมะนาวแล้ว เพื่อเตรียมการบังคับมะนาวนอกฤดู ให้มะนาวออกผล และสามารถเก็บผลผลิตมะนาวจำหน่ายได้ในช่วงเดือน มีนาคม ถึง พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มะนาวมีราคาดี...
      การเตรียมการบังคับ
         หลักการ  จะต้องทำการบังคับมะนาวให้มีอาการเหี่ยว โดยการงดน้ำ ใช้พลาสติกปิดครอบปากบ่อซีเมนต์ที่ปลูกมะนาว ป้องกันน้ำฝน และไม่ให้น้ำในช่วงเดือนกันยายน  ปิดปากบ่อไว้นานประมาณ 3 สัปดาห์ หรือราว 21 วัน มะนาวจะเหี่ยวเฉา หลังครบกำหนด ก็จะเปิดพลาสติกที่ใช้คุมบ่อออก และให้น้ำ และปุ๋ย ต่อมาอีก 2 สัปดาห์ มะนาวจะแทงยอดใหม่ พร้อมกับการออกดอกมาพร้อมกันเลย...
         การเตรียมก่อนการบังคับ
             ก่อนทำการบังคับมะนาวนั้น จำเป็นต้องทำการแต่งกิ่งก้านมะนาวเสียหน่อย เพื่อให้ต้นโปร่ง และเพื่อให้ต้นแตกกิ่งก้านใหม่ หรือให้ได้ยอดมะนาวใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น  ช่วงนี้ต้องให้ปุ๋ยแก่มะนาว ผสมดินตามสูตรลงไปเพิ่มเติมในวงบ่อ รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ  ปัจจุบันที่สวนนับดาว ได้ทำแล้ว และมียอดใหม่แตกออกมาเป็นจำนวนมาก  และที่สำคัญก็คือ ต้องหมั่นดูแลยอดมะนาวกิ่งใหม่นี้ให้ดี อย่าให้เหล่าแมลงมาตัดแทะ โดยการพ่นยาฆ่าแมลงทั้งป้องกันและเป็นการรักษาด้วย
             ดั่งภาพครับ...

สภาพสวนหลังจากการตัดแต่งกิ่งพันธุ์ เพื่อเตรียมการบังคับนอกฤดู ในเดือน กันยายน ครับ



ระยะนี้ต้องบำรุงต้น ให้สมบูรณ์ ทั้งต้น และกิ่งก้านนะครับ..ใส่ปุ๋ย และดูแลเรื่องน้ำอย่าให้ขาด..ครับ
ต้นจะเริ่มเขียวสด..ดูแล้วชื่นตาดีครับ...

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปลูกมะนาวได้บุญ ตอนที่ 2

เช้า่วันนี้ ผมได้รับอีเมล์จากเพื่อนเกษตกรครับ ว่า...

1.ทำไมต้องเทพื้นก่อนวางท่อซีเมนต์ ถ้าวางใส่ดินเลยจะได้ไหม
2.ทำไมใช้แกลบดิบ ถ้าจะใช้แกลบดำ หรือ ขี้กบไสไม้ ใช้แทนได้ไหม (เพราะตอนนี้มีขี้กบไสไม้เยอะ อยากเอามาใช้ประโยชน์)
3.โคโลไมค์ คือ อะไร ถ้าไม่มี ไม่ใส่ หรือ ใช้อย่างอื่นแทนได้ไหม
ตอบ...
1. การเทพื้นกันรากมะนาวออกไปนอกวงบ่อซีเมนต์ เพื่อไม่ให้มะนาวรับน้ำจากดินภายนอกครับ เพราะมีผลต่อการบังคับมะนาวนอกฤดูครับ คือ หากมะนาวรับน้ำจากดินภายนอก การบังคับให้มะนาวเหี่ยวเฉา ก็ไม่ได้ผล ..หลักการคือ การบังคับมะนาวให้ออกผลนอกฤดู มะนาวจะต้องเหี่ยว และหลังจากนั้นจึงให้น้ำแก่มะนาว เพื่อให้ออกยอดใหม่ พร้อมกับการออกดอกด้วยนะครับ
2. การใช้แกลบดิบ...โดยหลัีกต้องใช้เปลือกถั่วจะดีกว่า แต่อีสานหายาก เลยใช้แกลบดิบหาง่ายแทน ส่วนการใช้แกลบดำ ไม่ควรครับ เพราะมีฤทธิ์เป็นด่าง นำมาปลูกต้นไม้ไม่ดีครับ
3.  โดโลไมท์ เป็นสารปรับสภาพดิน และปรับโครงสร้างดิน ลดความเป็นกรด, แก้ดินเปรี้ยว, รักษาอาหารดินเสีย ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้พืชไม่ดูดปุ๋ย ใส่ปุ๋ยไปมากเท่าไหร่ พืชก็ไม่ดูดกิน อันเนื่องมาจากดินเสีย เพราะใช้เคมีกับดินมาเป็นเวลานาน
คุณสมบัติ
- แก้ปัญหาการขาดธาตุอาหาร แคลเซียม แมกนีเซียม และซิลิกอน ในดิน
- แก้ปัญหาพืชไม่กินปุ๋ย ใส่ปุ๋ยเท่าไหร่พืชก็ไม่โต ช่วยให้พืชดูดกินปุ๋ยได้ดีขึ้น
- เพิ่มค่าการดูดซับ และความสามารถการแลกเปลี่ยน CEC ของดิน
- เพิ่มการสังเคราะห์แสง การสร้างสารเขียว และการแบ่งเซลล์ของพืช
- เพิ่มความสามารถการทำงานของจุลินทรีย์ ปัองกันโรค และแมลงเข้าทำลาย
ปล.อ้อ...ที่อ่านในบทความบอกว่าเคยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแล้วมีหมอรักษาหาย อยากจะขอรบกวนว่ารักษากับหมอที่ไหน ตอนนี้พ่อผมท่านกระดูกสันหลังเคลื่อน 1-2 ข้อ เคยเดินไม่ได้อยู่พักนึง ตอนนี้เดินได้แต่ปวดหลังมาก อยากจะพาท่านไปรักษาด้วย..
     ผมไปรักษากับหมอรุ่งเรือง (คลีนิกหมอรุ่งเรือง) อยู่กิโลศูนย์ (สี่แยกกิโลศูนย์) อุบลราชธานี นะครับ หาง่าย ถามคนแถวนั้นรู้ครับ พาท่านไปตรวจรักษาดูครับ ผู้ป่วยเยอะครับ ไปเช้า ๆ จะได้คิวดี ค่ารักษาถูกมากครับ อย่ากังวล...การดูแลพ่อแม่เป็นสิ่งดีครับ จะเกิดผลาแก่ตัวเราครับ...ขอบคุณที่ให้เกียรติครับ..

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ปลูกมะนาวแล้วมีโอกาสได้บุญ



  ผมรู้สึกดีมาก หลังจากวันหนึ่งที่ผมได้โพสต์บทความตอน  “ผลผลิตจากการบังคับมะนาวนอกฤดู”  ของสวนของผม
 โดยในบทความนั้น ผมเขียนว่า “ในช่วงเดือนที่ผมต้องบังคับมะนาวนอกฤดู ในเดือนสิงหาคม พอดีผมป่วยเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จึงปล่อยให้ภรรยาและลูกชายวัยรุ่นบังคับมะนาวนอกฤดูแทน และผลการบังคับมะนาวก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจพอสมควร”
   ข้อความส่วนนี้ ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะส่งผลถึงเพื่อนเกษตรกรบางคนที่ป่วยด้วยโรคนี้ ซึ่งเป็นโรคเดียวกันกับผม  ต่อมาเพื่อนเกษตรกรคนหนึ่งได้โทรศัพท์มาถึงผม ถามถึงอาการป่วยด้วยโรคนี้ โดยอยากทราบว่าผมรักษาตัวอย่างไร ที่ไหน  เพราะสามีของเขาก็ป่วยด้วย..
 ผมได้แนะนำให้เขาไปพบหมอคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหมอรักษาโรคกระดูก เป็นอาจารย์หมอที่สอนนักเรียนพยาบาล นะผมเข้าใจอย่างนั้น วันผมไปพบหมอ ท่านว่า อาการป่วยของผมไม่จำต้องผ่าตัด เพียงฉีดยา ทานยา และใช้วิธีบำบัดโดยใช้ลูกประคบ ก็มีโอกาสหายได้
  ผมไปพบหมอ 2 สัปดาห์แรก อาการผมก็ดีขึ้น จากเดินไม่ได้ ก็สามารถเดินเหินไปไหนได้ พอไปพบหมอครบ 4 สัปดาห์ ผมก็เดินได้ปกติ สามารถไปทำงานได้ และทำงานที่สวนได้เหมือนเดิมแล้วครับ...
  จากบทความที่โพสต์ไว้แต่เมื่อนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า แค่เขียนข้อความไม่กี่คำ ผู้อ่านก็ได้ประโยชน์จากข้อความในลักษณะเป็นคุณ แก่ตัวเขาแล้วนั้น ชั่งเป็นบุญเหลือเกินนะ มันอาจทำให้เขาได้พบหมอที่ดีมีคุณภาพ และได้หายจากโรคอันเจ็บป่วยและทรมานนั้นได้ในเร็ววันนะครับ ผมว่า...
   ฉะนั้นแล้ว นอกจากผมจะปลูกมะนาวเพื่อเสริมรายได้แล้ว แต่ผลพลอยได้อีกอย่างคือ ได้บอกข่าวประเสริฐให้กับเพื่อนเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วยครับ...มันปลื้มใจจริง ๆ ครับ..

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การบริหารจัดการภายในสวนมะนาว

การบริหารจัดการภายในสวนมะนาว
   เป็นธรรมดานะครับ เมื่อปลูกพืชใดแล้ว การดูแลรักษาย่อมเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งเหมือนกัน การที่ปล่อยให้วัชพืชขึ้นรกรุงรังอาจเป็นเหตุึให้มีศัตรูมาอาศัยวัชพืชที่มีอยู่นั้นได้ ฉะนั้นควรที่จะกำจัดวัชพืชออกไปเสียบ้าง เป็นการป้องกันและปราบปรามศัตรูพืชอีกทางหนึ่งนะครับ นอกจากนี้แล้วยังทำให้สวนน่าดูอีกต่างหากนะผมว่า..
    ที่ผมรู้มา..หนอนชอนใบ จะฝังตัวอยู่ใต้ดินและเมื่อถึงเวลาค่ำคืน มันก็จะออกมาแทะเล็มใบมะนาวของเรา และนำมาซึ่งโรคแคงเกอร์ต่อไป นั่นเองนะครับ
    เพราะนั่นแล้ว เราควรจะต้องกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หญ้าขึ้นมาก ๆ จะนำมาซึ่งปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้นะครับ
ตัดหญ้าบริเวณโดยรอบ และหมั่นกำจัดวัชพืชในท่อซีเมนต์ฺด้วย

ตรวจดูแมลงศัตรูพืชที่ใบ/ต้นมะนาว หากพบควรพ่นยากำจัดเสียให้สิ้น..

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

การให้น้ำมะนาว/ระบบน้ำสำหรับมะนาว


เช้าวันนี้เวลา 08.30 น.ผมเปิดอีเมล์พบเพื่อนเกษตรกรส่งอีเมล์มาไถ่ถามเรื่องการให้น้ำมะนาว (เฉพาะที่สวนของผม) ว่าใช้ระบบน้ำแบบใด..ผมก็ตอบไปว่า ใช้ระบบคน คือใช้ระบบคนรดเอา ซึ่งเป็นแบบประหยัดและแสนจะเดิม ๆ นะครับ ทั้งประหยัด ทั้งเป็นการใช้เวลา ทั้งยังเป็นการฝึกการบริหารบุคคลในครอบครัวด้วยครับ และที่สำคัญเราได้มีเวลาสังเกตความเปลี่ยนแปลงของต้นมะนาวที่ปลูกไว้ทุก ๆ ต้น ด้วยครับ บางต้นแคระแกรน บางต้นสมบูรณ์งอกงามดี ก็เวลานี้แหละครับ เวลาที่เรารดน้ำไปที่ต้นมะนาวนี่แหละ..สุด ๆ ก็คือความสุขจากการได้เพียรเฝ้าสังเกตการเจริญเติบโตของมันนั่นละครับ..
     ส่วนท่านใดมีงบประมาณมาก ก็อาจใช้วิธีการติดสปริงเกอร์ให้กับมะนาวมันไปเลย..ก็สะดวกดี ไม่รบกวนลูกเมีย..ก็ดีอีกแบบนะครับ ดูให้มันเหมาะสมก็คือ ดีครับ ปลูกมาก ๆ ก็ใช้ระบบน้ำซะ ถ้าปลูกน้อยหน่อย ก็ใช้วิธีแบบผม (ผมปลูกราว 100 ต้นนะครับ) รดน้ำแป๊บเดียวเสร็จครับ เพราะมะนาวไม่ต้องการน้ำมากมายอะไร แค่มีความชื้นแต่ไม่แฉะ ก็โอเคแล้วครับ...สูตร "มะนาวชอบชื้น แต่ไม่แฉะ" ครับ
ภาพการให้น้ำระบบมินิสปริงเกอร์
   

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

โรคและศัตรูของมะนาว

โดยหลักแล้ว..พืชทุกชนิดย่อมมีโรคภัยเป็นของตนเองเหมือนคนนะครับ..มะนาวก็มีโรคประจำตัวของมะนาวเช่นกัน นอกจากแมลงศัตรูพืชอื่น ๆ โดยทั่วไปนะครับ
   ฉะนั้นแล้ว วันนี้เราจะพูดถึงเรื่องโรคและแมลงศัตรูมะนาวเป็นหลัก..ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพืชตัวอื่น..
   จากประสบการณ์การปลูกมะนาวมาด้วยตนเอง (ไม่ได้ร่ำเรียนมาขออภัยหากประสบการณ์นี้แตกต่างจากผู้รู้ท่านอื่นนะครับ)
   ผมเลือกปลูกมะนาวด้วยรักที่จะปลูกมากกว่าเห็นคนอื่นปลูก..เนื่องเพราะเคยปลูกมะนาวมาหลายหน ปรากฎว่ามะนาวที่ปลูกไม่รอดแม้แต่ต้นเดียว และไม่ใช่หนเดียวที่ปลูกมะนาว จนต้องนั่งคิดและศึกษาผ่านผู้รู้ทั้งหลาย พูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน จึงพอสรุปได้ว่า...
    เมื่อตอนผมเป็นเด็ก ที่บ้านมีต้นมะนาวที่ครอบครัวปลูกไว้ใกล้ร่องน้ำคร่ำที่ไหลจากครัว มะนาวเจริญเติบโตดีและลูกดกมาก (ผมเพิ่งนึกออกเอาตอนนี้เอง) ว่า น้ำมีส่วนสำคัญสำหรับมะนาว ร่องน้ำนั้นให้ความชุ่มชื่นกับมะนาวตลอดเวลา แต่มิใช่ว่าแช่น้ำตลอดเวลานะ เพราะต้นมะนาวที่เกิดอยู่นั้นมันอยู่ห่างจากร่องน้ำนั้นเพียงแขนเดียวหรือกว่านั้นสักเล็กน้อย...ความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะทำให้มะนาวโตดีและให้ผลดก นะผมว่า  เพราะฉะนั้นแล้ว การปลูกมะนาวจึงจำเป็นต้องให้น้ำแก่มะนาวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการเจริญเติบโตที่ดี และส่งผลถึงผลผลิตต่อไป โดยยึดหลักที่ว่า "มะนาวชอบชื่นแต่ไม่แฉะ" นั่นเองนะครับ
     ที่นี้เรื่องโรคและแมลงศัตรูของมะนาว ก็มีไม่มากนัก ได้แก่
      1. โรครากเน่า  (การปลูกมะนาวโดยกิ่งตอนหรือโดยวิธีปลูกด้วยต้นมะนาวจริง ๆ) ผมว่า อาจพบปัญหาเรื่องโรครากเน่ามากกว่า การปลูกด้วยกิ่งเสียบยอดจากต้นไม้อื่น เช่น มะขวิด หรือส้มทรอยเยอร์ นะ เพราะที่สวนของผมไม่พบปัญหาเรื่องรากเน่าเลย แม้ว่าการให้น้ำจะมากก็ตามนะครับ..
      2. โรคหนอนชอนใบ  จะเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่อยู่คู่กับมะนาวโดยแท้ เพราะทราบว่าหนอนตัวนี้เมื่อกัดกิ่งหรือยอดหรือโคนใบมะนาวแล้ว จะนำไปซึ่งเกิดโรคแกงเกอร์ ว่างั่นนะ ผมเชื่อตามเอกสารที่อ่านพบนะ จึงจำเป็นต้องป้องกันเจ้าหนอนตัวนี้ให้ดี อย่าให้มากัดกินใบอ่อนมะนาวเป็นอันขาด ก็ต้องป้องกันและรักษาด้วยยาฆ่าแมลง หรือจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่คิดว่าป้องกันและกำจัดมันได้ ก็ว่ากันไปครับ
      3. โรคแกงเกอร์ โรคนี้สำคัญสุด ๆ กับมะนาวเลย หากเป็นแล้วรักษายากนะผมว่า ทำให้ใจเราไม่เป็นสุขด้วย ฉะนั้นจึงควรที่จะมีการพ่นยาป้องกันและรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะบางคนว่า "คนปลูกมะนาวถ้ารักษาโรคนี้ได้คือ รวย" ไม่รู้ว่าจะจริงมั๊ยนะ..
      4. โรคเพลี้ยแป้งหรือเพลี้ยหอย ลักษณะจะมีสีขาวๆปุย ๆ เกาะตามซอกกลีบใบมะนาว ใบมะนาวจะมีสีม่น ๆ หรือคราบสีดำเคลือบ หรือผมเรียกว่า ราดำ หากเป็นมาก ๆ ต้นมะนาวจะแคระแกรนและลูกและใบมะนาวมัวหมองดูแล้วไม่สดใส การรักษาจึงจำเป็นต้องพ่นสารจำพวกปิโตรเลียมออยล์รักษา แล้วจะดีขึ้นเอง
     5. แมลงอื่น ๆ พวกกินใบทั่วๆไป พ่นยาฆ่าแมลงบ้างก็หายไปเอง


   
  นอกจากนั้นก็ไม่เห็นมีอะไรมาก ก็อยู่ที่การเอาใจใส่ในเรื่องวัชพืชต่าง ๆ บ้าง ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องปฏิบัติกันกับงานในสวนอยู่แล้วนะครับ..สำคัญคือเรามีความสุขกับพืชที่ปลูกครับ...